ฟุตบอลโลก2018

ข่าวสาร ฟุตบอลโลก2018

ข่าวสาร ฟุตบอลโลก2018 กลับมาพบเจอกันอีกครั้งในเรื่องราวครั้งใหม่อันนี้ ที่ ทุกทคนต่างเผ้ารอการกลับมา ของการ แข่งขันที่สุดมันส์ ในครั้งนี้ที่ 4 ปี จะมีเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น  ผ่านสุดยอด เว็บที่มีข่าวสารข้อมูลวงการฟุตบอลทั้งไทย และ ต่างประเทศ รวมอยู่ที่นี่ที่เดียว ที่ http://whipyacht.com/ สุดยอด เว็บข่าวสารที่มี ข่าวสารข้อมูลให้ท่านได้อ่านกันทุกวัน อัพเดตข่าวใหม่ๆ กันแบบเต็มที่ ติดตามกันได้ทุกวัน จัดเต็มทุกข้อมูล และ รวมไปถึง การวิเคราะห์เกี่ยวกับการแข่งขัน การ เล่นของแต่ละทีม หรือ ประวัติต่างๆ ก็ยังมีให้ได้อ่านกัน

สำหรับวันนี้ จะมาขอ ขยายความ กับ คำว่า ฟุตบอลโลก2018 ที่ประเทศเจ้าอย่าง ประเทศ รัสเซียเป็นเจ้าถาพจัดการแข่งขัน สุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ เพิ่มเติมในส่วนของรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น สำหรับท่านที่ยังไม่รู้ในส่วนของรายละเอียด ต่างๆนี้ จะมา อธิบายผ่านบทความชิ้นนี้ ให้ได้อ่านกันพร้อมกันที่นี่เลย

ฟุตบอลโลก2018

ประวัติของเกมส์กีฬาฟุตบอลโลก 

ไม่มีใครไม่รู้จัก คำว่า การแข่งขัน ฟตุบอลโลก เรียกได้ว่า เป็นการจัดการแข่งขันอันดับ 1 ที่มีช้านานมากๆ ถ้าไม่นับการแข่งขัน โอลิมปิค ที่เป็นการแข่งขันกีฬาหลายประเภทอยู่ในนั้น เราจะมาย้อนดูความเป็นมาเป็นไป ของการแข่งขันกีฬาชนิดนี้กัน

คงจะมีกีฬาไม่กี่ประเภทที่ทุกคนเฝ้ารอกันจำนวนมากขนาดนี้ นี่เป็นเพียงการแข่งขันที่มีกีฬาชนิดเดียวเท่านั้น แต่ ยังคงชื่อเสียงไว้ให้ทุกคนได้ติดตามกันอย่างจริงจัง อย่างที่กล่าวไว้ว่าคงเป็นรองแค่ การจัดการแข่งขันของโอลิมปิคเท่านั้น เพราะ การแช่งขันโอลิมปิคนั้นมีกีฬาที่รวมอยู่ในรายการนี้ หลาย ประเภท ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ถ้า การแข่งขันโอลิมปิค มีการแข่งขันกีฬาเพียงชนิดเดียว ก็ต้องแพ้ให้กับการแข่งขันฟุตบอลโลก อย่างแน่นอน

เรามาเริ่มกันที่ ครั้งแรก ของแนวคิดในเรื่องของการจัดการแข่งขันอันเลื่องชื่ออันนี้ก่อน เริ่มต้นมาจาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ที่รู้จักกันในนาม Fifa (ฟีฟ่า) ต้องการที่จะทำให้การแข่งขันนี้ ยิ่งใหญ่กว่าการที่จะแข่งขันแค่ใน โอลิมปิคเท่านั้น ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติในยุคนั้น คือ จูลส์ ริเม่ต์ ในมีแนวคิดที่จะทำให้การแจข่งขันดูมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าเดิม และ ถูกเริ่มต้นครั้งในปี ค.ส. 1930 เจ้าภาพครั้งแรก ก็คือ ประเทศ อุรุกวัย

มันบ่งบอกถึง ความมีแนวคิดที่จะทำให้เกิดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก เพราะ ในยุคนั้น การแข่งขันฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดก็คือ การแข่งขันฟุตบอลที่อยู่ใน โอลิมปิคเท่านั้น และ ได้รับการตอบรับจากแฟนกีฬาอย่างมหาศาล ก็คงไม่ผิดแปลก ที่จะแยกออกมาแล้วจัดตั้ง การแข่งขันฟุตบอลโลก ให้ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

จนมาถึงในปัจจุบัน มีการแข่งขันฟุตบอลโลก มาแล้ว ถึง 20 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 4 ปี โดยประมาณ มีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ที่มีการจัดการแข่งขันที่ห่างถึง 12 ปี ก็คือ ค.ส. 1938 ที่ประเทศ ฝรั่งเศส และถูกจัดต่อมาอีกครั้งเมื่อ ค.ส 1950 ที่ประเทศ บราซิล เหตุเนื่องมาจาก ช่วงนั้นคือช่วงของ สงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทำให้ การจัดการแข่งขันต้องยืดออกไป มากถึง 12 ปี เป็นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็ห่างกันเพียง  4 ปี เท่านั้น

ครั้งล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้น นั้นก็คือ ฟุตบอลโลก 2108 ที่เจ้าภาพอย่างประเทศรัสเซียเป็นผู้ครอง ตำแหน่งนี้ จะเริ่มต้นในวันที่ 14 มิถุนายม 2018 ไปจนถึง 15 กรกฎาคม 2018  ก็เตรียมตัวต้อนรับการแข่งขันนี้ ที่จะเรียกได้ว่า เป็นเทศกาลของคนทั้งโลกไปแล้วตอนนี้

ต้องขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Ufabet888.com  ลิขสิทธิ์แท้จากกลุ่มของ Ufabet ทั้งหมด ที่ช่วยให้บทความนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น สามารถไปร่วมสนุกกับทางเว็บได้แล้ววันนี้ สมัครกับทางเว็บวันนี้มีของแถมให้มากถึง 5000 บาท

ราบชื่อทีมที่ได้แชมป์ทั้งหมดจาก ฟุตบอลโลกทั้ง 20 ครั้ง ที่ผ่านมา

เราจะมารวบรวมการได้แชมป์ของการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งหมดที่เคยทำการจัเการแข่งขันนี้มามีดังนี้

  • เริ่มที่เยอะที่สุดก่อนก็คงจะหนีไม่พ้นกับ ประเทศ บราซิล ที่ได้ครองแชมป์ไปถึง 5 สมัย โดยที่สามารถรักษาแชมป์เป็น 2 สมัยซ้อน นั้นก็คือ ปี ค.ส 1958 กับ ค.ส.1962
  • รองลงมาคือ เยอรมัน เก็บแชมป์ไปถึง 4 สมัย
  • อันดับร่วมกันในการได้แชมป์ก็คือ อิตาลี ที่ได้แชมป์ 4 สมัย เช่นเดียวกับ เยอรมัน
  • อุรุกวัย ที่เก็บแชมป์ได้ถึง 2 สมัย โดยที่ ครั้งแรกของการจัดการแข่งขันฟุตบอลก็จัดที่ประเทศ อุรุกวัย เป็ฯทั้งแจ้าภาพ และ ก็เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกของโลกไปด้วย
  • ประเทศอาเจนติน่า 2 สมัย
  • ประเทศอังกฤษ 1 สมัย
  • ประเทศฝรั่งเศส 1 สมัย
  • ประเทศสเปน 1 สมัย       รวมทั้งหมด 20 ครั้งที่มีการแข่งขันนี้

ล่าสุด กับครั้งที่ 21 นี้ อดใจรอไม่ไหวแล้วกับการมาครั้งนี้ เพราะ การแข่งขันนี้ คนทั้งโลกคงรอคอยกันทั่วทุกมุมโลก และ ต่างเชียร์ในประเทศของตัวเอง สำหรับประเทศไทยเราของเรา ก็ยังไม่ได้ผ่านไปถึงรอบฟุตบอลโลก แต่คนไทยก็ไม่เคยน้อยหน้า กลับเข้าร่วมการเชียร์ครั้งนี้ ร่วมสนุกไปกับเกสท์กีฬานี้กันอย่างแพร่หลาย เพราะ ทุกคนต่างมีทีมที่ชื่นชอบอยู่แล้ว และ คงไม่ต้องพูดอะไรมากมาย ขอให้ทีมที่ท่านเชียร์ได้รับ ถ้วยแชมป์ในครั้งนี้ก็แล้วกันนะครับ

ฟุตบอลโลกมันบอกอะไรเราได้บ้าง ?

มันบ่งบอกได้ถึง พลังของคนในชาติ พลังแห่งความสามัคคี ที่ทุกคนต่างออกมาเชียร์ทีมที่ตนรัก ได้เห็นถึงความหมายของคำว่า กีฬา ที่บอกกันไว้ว่า รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มันกินใจสำหรับผู้เขียนเสมอมา เกมส์กีฬาอะไรก็แล้วแต่ หากไม่มีสามสิ่งนี้ เกมส์กีฬานั้น ก็จะมีแต่ความขัดแย้ง และ ไม่มีวันจบสิ้น แต่ฟุตบอลโลก ทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าการแข่งขันจะดุเดือด เข้มข้นขนาดไหนก็ตาม แต่สำหรับผู้คนที่กำลังชม กำลังเชียร์ ต่างมีรอยยิ้มและ สิ่งดีๆมอบให้กันตลอดการแข่งขัน

เพราะแข่งขันกันแค่ กีฬาเท่านั้น ส่วนความมนุษย์เรายังเท่ากันหมดทุกคนบนโลกใบนี้ ได้เห็นถึงการร่วมสนุก และ ทุกคนมาเพื่อสนุกสนานจริงๆ ถึงจะ แพ้ ถึงจะชนะ ก็คงจะไม่มีผลอะไรมากมาย แต่ สิ่งที่ได้จากมันต่างหากที่จะทำให้เราเข้าใจคำว่า กีฬา เพราะมันถูกสร้างมา ให้ทุกคนทีส่วนร่วม มีความสนุกสนาน มีความสามัคคีในกลุ่ม หากว่า ฟุตบอลโลกได้เปลี่ยนท่านไปใน ทิศทางนั้น แสดงว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกที่จัดกันมาอย่างยาวนานก็คงจะทำสำเร็จแล้ว ที่ทำให้คนทั้งโลก มีรอบยิ้มให้แก่กัน

ติดตามข่าวสารอื่นได้ที่ เว็บไซต์ http://whipyacht.com/ ของเรา มีทั้ง ข่าวบอล มีสาระน่ารู้ ได้ที่นี่ จะ อัพเดตให้ได้อ่านกันบ่อยๆ ก็แล้วกัน

สวัสดีครับ

ufabet ข่าวบอลมันจุง

ufabet ข่าวบอลมันจุง

ufabet ข่าวบอลมันจุง

ปลอกแขนนี้ใครจอง? วิเคราะห์แข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีโอกาสเป็นกัปตันต่อจาก รูนี่ย์

ufabet ข่าวบอลมันจุง เมื่อ เวย์น รูนี่ย์ เปิดตัวเป็นนักเตะ เอฟเวอร์ตัน อย่างเป็นทางการ นั่นหมายความว่าตำแหน่งกัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่างลงทันที หลังจากที่ดาวซัลโวตลอดกาลของทีมปีศาจแดงสวมใส่ปลอกแขนนี้มาตั้งแต่ปี 2014 เราลองมาดูกันว่าหลังจากนี้ไปมีใครกันบ้างที่มีโอกาสจะกลายเป็นกัปตันคนใหม่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จากการวิเคราะห์ของทีมงาน MThai Sports

ไมเคิล คาร์ริค
ที่ผ่านมาเขาอาจจะเป็นถึงรองกัปตัน ซึ่งหากมองตามหน้าเสื่อแล้ว มิดฟิลด์มากประสบการณ์ผู้นี้ก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะได้เลื่อนขั้นไปเป็นกัปตัน แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้ว เขาคงจะค้าแข้งไปได้อีกไม่นานนักด้วยวัย 35 ปีแล้ว ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะมองอย่างไรกับการแต่งตั้งกัปตันถาวรที่จะมีอายุค้าแข้งได้อีกแค่ 1-2 ปี
โอกาสเป็นกัปตัน: 40%

คริส สมอลลิ่ง
เนื่องจากค้าแข้งกับสโมสรมานานพอสมควร ทำให้ สมอลลิ่ง ได้รับโอกาสสวมปลอกแขนเป็นกัปตันอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ดูจากฟอร์มฤดูกาลล่าสุดแล้ว คิดว่าแทนที่จะไปมองว่าเขาจะได้ตำแหน่งกัปตันหรือเปล่า ให้มาลุ้นกันก่อนดีกว่าว่าจะได้ค้าแข้งกับทีมปีศาจแดงต่อไปหรือไม่
โอกาสเป็นกัปตัน: 20%

อันโตนิโอ วาเลนเซีย
อาจไม่ใช่คนที่เล่นโดดเด่นที่สุด แต่นี่คือนักเตะที่เล่นได้สม่ำเสมอที่สุดของสโมสรตลอดหลายปีหลัง แถมด้วยวุฒิภาวะและการค้าแข้งกับทีมมานานเกือบ 10 ปี ก็ทำให้เขาเป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งกัปตันคนต่อไปในมุมมองของทีมงาน MThai Sports แม้อาจจะเป็นกัปตันที่พูดน้อยไปหน่อยก็คงไม่เป็นไร
โอกาสเป็นกัปตัน: 80%

อันเดร์ เอร์เรร่า
นักเตะที่แฟนๆ เรียกร้องสำหรับตำแหน่งกัปตันมากที่สุด เนื่องจากความทุ่มเทและความรักที่เขามีต่อสโมสร อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็เคยออกมาบอกแล้วว่าที่แฟนบอลพูดอย่างนี้ เขาก็รู้สึกเป็นเกียรติ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ค่อยพร้อม โอเคว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมก็ยังไม่พร้อม แต่ถัดไปอีกสัก 3-4 ปี เอร์เรร่า จะเป็นหนึ่งในตัวเต็งรับปลอกแขนมาใส่ต่อแน่นอน ถ้าถึงวันนั้นเขายังเป็นนักเตะปีศาจแดงอยู่
โอกาสเป็นกัปตัน: 30%

สมัคร ufabet ดาบิด เด เคอา
เนื่องจากค้าแข้งกับทีมมานาน 6 ปี นั่นทำให้ เด เคอา เป็นหนึ่งในแข้งเก๋าของทีมชุดนี้ไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถกาชื่อนายประตูชาวสเปนทิ้งได้เลยจากลิสต์ผู้มีลุ้นสวมปลอกแขน แมนฯ ยูไนเต็ด คนต่อไป แต่ถ้าจะให้กาเลือกเป็นกัปตันแบบชี้ชัดไปเลย อันนี้น่าคิดหนัก
โอกาสเป็นกัปตัน: 30%

ทั้งนี้ก็อาจจะมีตัวแปรสำหรับการเลือกกัปตันคนใหม่จาก มูรินโญ่ เพิ่มเติมก็ได้ระหว่างออกทัวร์พรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา ต้องมารอดูกันอีกสักพัก เดี๋ยวได้รู้เลยว่าปลอกแขนนี้จะไปเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร

หลังจาก เวย์น รูนี่ย์ ย้ายกลับสโมสรผู้ปลุกปั้นเขามาอย่าง เอฟเวอร์ตัน เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าในโลกลูกหนังนั้นมีผู้เล่นหลายรายที่มีโอกาสกลับไปค้าแข้งให้กับสโมสรอาชีพแรกของพวกเขา มาดูกันว่ามีใครกันบ้างที่มีโอกาสกลับไปประสบความสำเร็จยังทีมเก่าของพวกเขา?

10. มาร์ค โอเวอร์มาร์ส (โก อเฮด อีเกิลส์)

ก่อนย้ายลงเล่น 11 เกม
ย้ายกลับลงเล่น 24 เกม

เจ้าของฉายา “จรวดทางเรียบ” ดังเป็นพลุแตกสมัยเล่นให้กับ อแจ็กซ์ หลังจากฉุดมาจาก โก อเฮด อีเกิลส์ ในปี 1991 จากนั้น โอเวอร์มาร์ส ย้ายไปเล่นให้กับ อาร์เวน่อล และ บาร์เซโลน่า

ขณะที่เขาโดนรุมเร้าด้วยอาการบาดเจ็บ สโมสรเก่าของเขาอย่าง โก อเฮด อีเกิลส์ ดึงเขามาเล่นในปี 2008 ก่อนจะผันตัวเป็นผู้บริหารทีมในเวลาต่อมา

ลาร์สสัน สร้างชื่อด้วยการยิงเป็นกอบเป็นกำให้สโมสรบ้านเกิดอย่างโฮกาบอร์ก ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับคู่ปรับอย่าง เฮลซิงบอร์ก ในปี 1992 และปีถัดมาเขาก็ย้ายไปเล่นให้กับ เฟเยนูร์ด

ก่อนจะขยับก้าวขึ้นมาเป็นตำนานให้กับ กลาสโกว์ เซลติก ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า, เฮลซิงบอร์ก, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, รา ไอเอฟ และลงเอยกับ โฮกาบอร์ก ในท้ายที่สุด แถมยังเคยเล่นเคียงข้าง จอร์แดน ลูกชายของเขาอีกด้วยนะ

9.เฮนริค ลาร์สสัน (โฮกาบอร์ก)

ก่อนย้ายลงเล่น 64 เกม
ย้ายกลับลงเล่น 2 เกม

ทางเข้า ufabet 8.ปาโบล ไอมาร์ (ริเวอร์ เพลท)

ก่อนย้ายลงเล่น 87 เกม
ย้ายกลับลงเล่น 1 เกม

อดีตเจ้าหนูมหัศจรรย์ชาวอาร์เจนไตน์เป็นหนึ่งในเยาวชนที่น่าจับตามองของ ริเวอร์ เพลท และวงการฟุตบอลฟ้า-ขาว ก่อนจะระเบิดฟอร์มสุดๆ กับ บาเลนเซีย ในสเปนในเวลาต่อมา

หลังจากนั้น ไอมาร์ ระเห็จไปเล่นให้กับ เรอัล ซาราโกซ่า, เบนฟิก้า และ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม ก่อนจะเก็บกระเป๋าย้ายกลับ ริเวอร์ เพลท แม้จะเจ้าตัวจะมีโอกาสลงเล่นเพียงแค่เกมเดียวก็เถอะ

7.ฆวน คาร์ลอส บาเลรอน (ลาส พามาส)

ก่อนย้ายลงเล่น 63 เกม
ย้ายกลับลงเล่น 91 เกม

เด็กปั้น ลาส พามาส ยกระดับมาเป็นตัวหลักให้ต้นสังกัดก่อนจะย้ายไปค้าแข้งที่ มายอร์ก้า, แอตเลติโก้ มาดริด และโด่งดังสุดๆ กับ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า

หลังจากนั้นในปี 2013 เมื่อ “ซูเปอร์เดปอร์” ตกชั้น บาเลรอน ได้ย้ายกลับ ลาส พามาส และทำผลงานได้น่าประทับใจจนกลายเป็นตำนานแห่ง ลาส พามาส เป็นที่เรียบร้อย

6.รุย คอสต้า (เบนฟิก้า)

ก่อนย้ายลงเล่น 111 เกม
ย้ายกลับลงเล่น 67 เกม

หนึ่งใน “โกลเด้นบอย” แห่งแดนฝอยทอง รุย คอสต้า ผ่านการเล่นอย่างโชกโชนให้กับสโมสร ฟิออเรนติน่า และ เอซี มิลาน ก่อนจะย้ายกลับมาเล่นให้กับ “เหยี่ยวลิสบอน” นับว่า รุย คอสต้า นั้นเป็นผู้เล่นจอมบัญชาเกมในฐานะเบอร์ 10 แห่งโลกลูกหนังอย่างแท้จริง

5.โจวานนี่ ฟาน บรองก์ฮอสต์ (เฟเยนูร์ด) whipyacht.com

ก่อนย้ายลงเล่น 126 เกม
ย้ายกลับลงเล่น 109 เกม

แบ็คซ้ายจอมบุกถูกดันขึ้นมาเป็นตัวหลัของ เฟเยนูร์ด ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส, อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า ก่อนจะย้ายกลับมาเล่นให้กับ เฟเยนูร์ด อีกครั้งในปี 2007

โดยไฮไลท์สำหรับการกลับมาของ ฟาน บรองก์ฮอสต์ คือการสวมปลอกแขนกัปตันทีมพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยเป็นการปิดท้ายการเล่นฟุตบอลของเขา หลังเอาชนะ โรด้า เจซี 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ

ufabet ข่าวบอลมันจุง 4.อังเดร เชฟเชนโก้ (ดินาโม เคียฟ)

ก่อนย้ายลงเล่น 116 เกม
ย้ายกลับลงเล่น 83 เกม

อ้างอิงข้อมูลมาจาก: สโบเบท

Ballstep2 ข่าวบอลมันๆ

Ballstep2 ข่าวบอลมันๆ

Ballstep2 ข่าวบอลมันๆ

ผลบอล : คูตี้ คือใคร?!! หงส์แดง โหดเข้าเส้นเปิดรังยำใหญ่ อาร์เซน่อล 4-0 ยึดรองฝูง

Ballstep2 ข่าวบอลมันๆ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560 เป็นการดวลกันระหว่าง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ก่อนจะจบเกมลงไปด้วยชัยชนะแบบขาดลอยของ “หงส์แดง” ไล่ถล่มลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ไปด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 0

โดยรูปเกม ถือว่าทางฝั่ง “หงส์แดง” เป็นฝ่ายเร่งเครื่องไล่บีบเพรสซิ่ง อาร์เซน่อล จนตั้งเกมกันไม่ติดตั้งแต่เริ่มเสียงสัญญาณนกหวีดจากผู้ตัดสิน แถมยังมีโอกาสได้ลุ้นยิงหลายต่อหลายครั้งที่เกือบจะเป็นประตูขึ้นนำ จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 17 โจ โกเมซ มีจังหวะเติมขึ้นมาเปิดให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ โขกเน้นๆส่งบอลผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปอย่างง่ายดาย

วิธีเล่น ballstep2 หลังจากโดนพังประตูขึ้นนำไปก่อน อาร์เซน่อล ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะสามารถต่อกรกับการเพรสซิ่งของ “หงส์แดง” ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังมาโดนบวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0 ก่อนจบครึ่งแรกแค่ 5 นาที จากจังหวะ ซาดิโอ มาเน่ ใช้ความคล่องตัวหลบการสกัดของ ร็อบ โฮลดิง ก่อนจะยิงเล่นทางส่งบอลเข้าไปเสียบเสาสองได้อย่างสวยสดงดงาม ทำให้จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายขึ้นนำ “ปืนใหญ่” อยู่ที่สกอร์ 2 ประตูต่อ 0

ช่วงครึ่งหลัง แม้ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จะพยายามเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อปรับระบบการยืนของตัวนักเตะ แต่ก็ยังไม่สามารถต่อกรกับความฟิตของลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ โดนเฉพาะการไล่เพรสซิ่งได้สำเร็จ แถมยังมาโดนโจมตีจากความเร็วของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ตัดบอลจาก เอ็คตอร์ เบเญริน ก่อนจะหลุดเดี่ยวไปเลือกมุมยิงช่วยให้ “หงส์แดง” ทำประตูทิ้งห่างออกไปเป็น 3-0 (นาที 57) เท่านั้นยังไม่พอ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ยังมาโขกพังตาข่ายเป็นประตูสุดท้ายของเกมนี้ (นาที 77) จากลูกเปิดของ ซาลาห์ ทำให้ท้ายที่สุดจบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดสนาม แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล ไปอย่างขาดลอยด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 0ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560
ลิเวอร์พูล 4-0 อาร์เซน่อล
ผู้ทำประตู : 1-0 ฟีร์มิโน่ น.17 / 2-0 มาเน่ น.40 / 3-0 ซาลาห์ น.57 / 4-0 สเตอร์ริดจ์ น.77
เวลา : 22.00 น.
สนาม : แอนฟิลด์

สมัคร ballstep2 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส(GK), โจ โกเมซ, โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

อาร์เซน่อล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), ร็อบ โฮลดิง, โลร็อง คอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, เอ็คตอร์ เบเญริน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-เชมเบอร์เลน, อารอน แรมซี่ย์, กรานิต ชาก้า, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, แดนนี่ เวลแบ็ค

Ballstep2 ข่าวบอลมันๆ ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560
เชลซี 2-0 เอฟเวอร์ตัน
ผู้ทำประตู : 1-0 ฟาเบรกัส น.27 / 2-0 โมราต้า น.40
เวลา : 19.30 น.
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืน วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560 เป็นการดวลกันระหว่างแชมป์เก่า เชลซี มีคิวเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน ก่อนจะจบเกมลงไปด้วยชัยชนะของ “สิงห์บลู” ไปด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 0

โดยเกมในครึ่งเวลาแรก เป็นทางฝั่ง เจ้าถิ่น ที่ครองเกมบุกได้เหนือกว่า “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” อยู่เล็กน้อย ขณะเดียวกัน ทีมเยือน ก็รอดักจังหวะสวนกลับได้อันตรายอยู่พอสมควร ก่อนที่เวลาจะเดินทางมาถึงนาที 27 เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะยิงดีดด้วยเท้าขวาของ เชสก์ ฟาเบรกาส ถัดจากนั้น อัลบาโร่ โมราต้า ก็มาโขกพังประตูให้กับ “สิงห์บลู” ขยับทิ้งห่างเป็น 2-0 (นาที 40) ก่อนจะจบครึ่งเวลาแรกไปด้วยสกอร์นี้

ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น เชลซี ที่ได้ครองบอล และมีโอกาสบวกสกอร์เพิ่มได้มากกว่า “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” อยู่พอสมควร แต่ทางฝั่ง เอฟเวอร์ตัน ยังช่วยกันเล่นเกมรับกันได้ยอดเยี่ยม และรอดักจังหวะสวนกลับจนเกือบจะยิงประตูตีไข่แตกได้หลายต่อหลายครั้ง แต่ความเฉียบขาดของทั้งสองทีมยังมีไม่มากพอ ทำให้ท้ายที่สุดจบ 90 นาที “สิงห์บลู” รักษาสกอร์นพตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก เอาชนะ ผู้มาเยือน ไปด้วยสกอร์ 2-0

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม whipyacht.com

เชลซี : ธิโบต์ กูร์ตัวส์(GK), เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, ดาวิด ลุยซ์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, วิคเตอร์ โมเซส, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เชสก์ ฟาเบรกัส, มาร์กอส อลอนโซ่, วิลเลี่ยน, เปโดร โรดริเกวซ, อัลบาโร่ โมราต้า

เอฟเวอร์ตัน : จอร์แดน พิคฟอร์ด(GK), ไมเคิ่ล คีน, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, ฟิล จากีลก้า, เมสัน โฮลเกต, อิดริสซ่า กูเอเย่, ทอม เดวีส์, เลห์ตัน เบนส์, เวย์น รูนี่ย์, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน, ซานโดร รามิเรซ

อ้างอิงข้อมูลมาจาก: สโบเบท